วิเคราะห์บอล [ บอลโลก 2026 ] บราซิล VS ญี่ปุ่น

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 29 มิ.ย. 2569 16:57:49 น. เข้าชม 64 ครั้ง


บราซิล

30 มิ.ย. 2569

ญี่ปุ่น


"ตาต่อตาฟันต่อฟัน! "แซมบ้า" หวังล้างตาชน "ซามูไรบูล" เดิมพันตั๋ว 16 ทีมศึกน็อกเอาต์เดือดระอุ"

บอลโลก 2026 | บราซิล VS ญี่ปุ่น (สนามกลาง) | รอบ 32 ทีม | วันจันทร์ 29 มิถุนายน 2026 | เวลา 00:00 น.

พรีวิว

ศึกการแข่งขันฟุตบอลรายการ บอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดประวัติศาสตร์ที่สนาม เอ็นอาร์จี สเตเดียม ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส จะเป็นการพบกันของสองทีมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนบอลทั่วโลก ระหว่าง แชมป์ของกลุ่ม C อย่าง ทีมชาติบราซิล ลงสนามปะทะเดือดกับ ทีมชาติญี่ปุ่น รองแชมป์จากกลุ่ม F เพื่อแย่งชิงตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมชาติไอวอรีโคสต์ หรือทีมชาตินอร์เวย์ ต่อไป


แมตซ์ พรีวิว

บราซิล

สโลแกน "มันไม่สำคัญว่าคุณจะเริ่มต้นอย่างไร แต่มันสำคัญที่ว่าคุณจบสกอร์อย่างไร" กลายมาเป็นปรัชญาของทัพ "แซมบ้า" ในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแท้จริง หลังจากที่พวกเขาออกสตาร์ทศึก กลุ่ม C ด้วยผลงานที่น่าผิดหวังเสมอกับทีมชาติโมร็อกโก 1-1 ก่อนที่ลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ จะระเบิดฟอร์มเก่งกลับมาคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาดสองนัดติดต่อกัน ด้วยการถล่มเอาชนะทีมชาติเฮติ 3-0 และอัดทีมชาติสกอตแลนด์ ไปอีก 3-0 จากผลงานการพังประตูของ วินิซิอุส จูเนียร์ และ มาเทอุส คุนญ่า ส่งผลให้พวกเขาผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม โดยเฉือนชนะทีมชาติโมร็อกโก ทีมดีกรีรอบรองชนะเลิศปี 2022 ไปด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า

นับตั้งแต่ปี 1982 เป็นต้นมา อดีตแชมป์โลกห้าสมัยยังไม่เคยพลาดท่าตกรอบแรกรายการ บอลโลก เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งตอนนี้นักเตะทัพ บราซิล กำลังอยู่บนเส้นทางการโคจรไปพบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างทีมชาติอาร์เจนติน่า แชมป์เก่าในรอบรองชนะเลิศ อย่างไรก็ดี ขุนพลของ คาร์โล อันเชล็อตติ จะยังไม่มองข้ามช็อตไปไกลขนาดนั้น แต่ในเวลานี้ทีมกำลังทำผลงานได้อย่างท็อปฟอร์มด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 5 จาก 6 แมตช์หลังสุดในทุกรายการ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสามารถรักษาคลีนชีตได้สองนัดติดต่อกันหลังจากที่ก่อนหน้านั้นเสียประตูมา 6 เกมรุกรวด ทว่ายักษ์ใหญ่แห่งอเมริกาใต้เคยมีสถิติแนวรับพังทลายในการเจอคู่แข่งรายนี้หนล่าสุด


ญี่ปุ่น

ทัพ "ซามูไรบูล" เคยสร้างความทรงจำอันยอดเยี่ยมด้วยการเฉือนชนะทีมชาติบราซิล ไปแบบสุดมัน 3-2 ในแมตช์กระชับมิตรเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาเหนือแชมป์โลกห้าสมัยจากการพบกันทั้งหมด 14 ครั้ง โดยผลงานการล้มยักษ์ในครั้งนั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างความยอดเยี่ยมของลูกทีม ฮาจิเมะ โมริยาสุ ที่ยังเคยเอาชนะทีมชาติอังกฤษ และเสมอกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มาได้ในปี 2026 ตอกย้ำฐานะทีมม้ามืดในศึก บอลโลก ครั้งนี้ ทว่าพวกเขาต้องจบอันดับสองของ กลุ่ม F หลังจากเสมอกับทีมชาติสวีเดน 1-1 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเกมดังกล่าวผู้รักษาประตูอย่าง ไซออน ซูซูกิ ต้องออกแรงเซฟสำคัญหลายครั้งเพื่อช่วยให้ทีมรั้งตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอาไว้ได้

ขุนพลแดนปลาดิบเลือกใช้งานแผนการเล่นระบบ 3-4-2-1 มาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ปี 2024 ซึ่ง ฮาจิเมะ โมริยาสุ ได้สร้างระบบทีมที่ผสมผสานระหว่างการตั้งรับลึกที่เหนียวแน่นและการโต้กลับเร็วที่มีความเข้มข้นสูง จนสามารถพาทีมคว้าชัยเหนือบราซิล และอังกฤษ มาแล้วนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ยิ่งไปกว่านั้น ลูกยิงสุดสวยของ อันโธนี่ อิลันก้า แข้งสวีเดน ถือเป็นเพียงประตูที่สามเท่านั้นที่ทัพญี่ปุ่นเสียไปจากการลงเล่นรวม 540 นาทีหลังสุดในทุกรายการ ซึ่งสถิตินี้สร้างความหวังให้ทัพ "ซามูไรบูล" ในการล้างคำสาปฟุตบอลโลกที่ตามหลอนพวกเขามาตลอด เนื่องจากในอดีตทีมฟุตบอลชายของประเทศญี่ปุ่น ยังไม่เคยสะกดคำว่าชนะในเกมน็อกเอาต์รายการ บอลโลก ได้เลย โดยต้องจอดป้ายในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาโดยตลอดในปี 2002, 2010, 2018 และ 2022


ฟอร์มล่าสุด

บราซิล (บอลโลก) : เสมอ ชนะ ชนะ

บราซิล (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ

ญี่ปุ่น (บอลโลก) : เสมอ ชนะ เสมอ

ญี่ปุ่น (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ เสมอ


สภาพความพร้อมของทีม

บราซิล

ทีมชาติบราซิล ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์โดยไม่มีชื่อของ ราฟินญ่า ปีกตัวเก่งจากสโมสร บาร์เซโลน่า ที่ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังมาจากเกมพบเฮติ ในนัดที่สอง และยังไม่สามารถกลับมาลงสนามฝึกซ้อมร่วมกับทีมได้ ซึ่งสถานะของเขาในเกมนัดนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน ทว่ากุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ เตรียมจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมถล่มสกอตแลนด์ ลงสนามต่อไป ส่งผลให้ รายัน ดาวรุ่งพุ่งแรงจากสโมสร บอร์นมัธ จะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมน็อกเอาต์นัดแรกเคียงข้างกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวกลั่นจากสโมสร เรอัล มาดริด ที่กำลังท็อปฟอร์มสร้างสถิติเป็นหนึ่งในห้านักเตะบราซิลที่ยิงประตูได้ในรอบแบ่งกลุ่มทุกนัด ซึ่งสี่ครั้งก่อนหน้านี้ทัพแซมบ้าก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้ทั้งหมด ทั้ง ยอร์จินโญ่ ปี 1970, โรมาริโอ ปี 1994 รวมถึง โรนัลโด้ และ ริวัลโด้ ในปี 2002 ส่วนแกนหลักรายอื่นอย่าง มาร์คินญอส, กาเบรียล และ กาเซมิโร่ พร้อมลงสนาม


ญี่ปุ่น

ฝั่งทัพ "ซามูไรบูล" ในรายของเซนเตอร์แบ็กคนสำคัญอย่าง โค อิตาคุระ ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 39 ในแมตช์พบสวีเดน เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน ทว่าอาการไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด แต่สิ่งที่น่ากังวลใจมากกว่าคืออาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าของแนวรุกตัวเก่งอย่าง ทาเคฟุสะ คุโบะ ที่ยังไม่สามารถกลับมาลงสนามฝึกซ้อมร่วมกับเพื่อนทีมได้อย่างเต็มที่ ทำให้โอกาสสลัดอาการบาดเจ็บลงสนามช่วยทีมในรอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดนี้มีน้อยมาก ขณะที่ ไดเซน มาเอดะ กองหน้าจากสโมสร เซลติก ที่พังประตูขึ้นนำในนัดล่าสุดน่าจะเบียดรักษาตำแหน่งตัวจริงเหนือ จุนยะ อิโตะ เอาไว้ได้ ส่วนในแดนกลาง มิดฟิลด์จอมทัพอย่าง ไคชู ซาโนะ เตรียมจะสลัดคราบตัวสำรองกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเบียด ยูกินาริ สึงาวาระ ไปนั่งสำรองแทน โดยประสานงานร่วมกับแข้งหลักอย่าง ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และ ไดจิ คามาดะ


คาดการณ์ผู้เล่น

บราซิล : อลิสซอน; ดานิโล, มาร์คินญอส, กาเบรียล, ซานโตส; กิมาไรส์, กาเซมิโร่; รายัน, ปาเกต้า, วินิซิอุส จูเนียร์; คุนญ่า

ญี่ปุ่น : ซูซูกิ; อิโตะ, โทมิยาสุ, อิตาคุระ; โดอัน, ซาโนะ, ทานากะ, นากามูระ; คามาดะ, มาเอดะ; อุเอดะ


วิเคราะห์คาดการณ์

ศึกฟุตบอล บอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายแมตช์นี้ คาดว่าจะเปิดฉากแลกหมัดกันอย่างตื่นเต้นเร้าใจ ขุนพลทัพ "แซมบ้า" ทีมชาติบราซิล ภายใต้การนำทัพของกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ เริ่มจับจังหวะและสร้างอัตลักษณ์ของทีมได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากออกสตาร์ทฝืด แม้จะไม่มี ราฟินญ่า ที่บาดเจ็บ แต่แนวรุกที่กำลังมั่นใจสุดๆ นำโดย วินิซิอุส จูเนียร์ ที่พังประตูมาทุกนัดในรอบแรก จะประสานงานร่วมกับ มาเทอุส คุนญ่า, ปาเกต้า และดาวรุ่งอย่าง รายัน บุกโจมตีใส่คู่แข่ง นอกจากนี้แดนกลางยังมี กาเซมิโร่ คอยตัดเกมร่วมกับแนวรับชุดใหญ่อย่าง มาร์คินญอส และ กาเบรียล ที่กลับมาประจำการพร้อมหน้า ทางด้านทีมชาติญี่ปุ่น ของกุนซือ ฮูโก้ บรูส (ฮาจิเมะ โมริยาสุ) จะใช้ระบบแท็กติกที่ถนัด 3-4-2-1 วางหมากเน้นตั้งรับลึกและรอสวนกลับเร็วด้วยความเข้มข้นสูง ทว่าสภาพทีมเกมนี้มีรอยแผลหลัง ทาเคฟุสะ คุโบะ ได้รับบาดเจ็บเข่าและน่าจะหมดสิทธิ์ลงเล่น แต่อาวุธหนักอย่าง ไดเซน มาเอดะ, ไดจิ คามาดะ และมีแนวรับอย่าง ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ คอยคุมสั่งการ แม้ทัพญี่ปุ่นจะเคยสร้างปาฏิหาริย์โค่นบราซิลมาได้ 3-2 ในเกมอุ่นเครื่องเดือนตุลาคม แต่เกมนัดนี้เป็นศึกทางการระดับฟุตบอลโลก ความกดดันและแรงขับเคลื่อนต่างกันมหาศาล หากทีมชาติบราซิล ตกรอบในรอบนี้จะถือเป็นความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ บดกันตลอดยี่สิบเก้านาที ความเคี่ยวและความเฉียบคมรายบุคคลของเหล่านักเตะอเมริกาใต้จะทำได้ดีกว่าในจังหวะทีเด็ดทีขาด และจะเบียดเจาะบล็อกแนวรับของทัพ "ซามูไรบูล" คว้าชัยผ่านเข้ารอบไปได้แบบหืดจับ
 

คาดการณ์สกอร์ : บราซิล 2-1 ญี่ปุ่น
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ทีมชนะ: บราซิล - ทัพ "แซมบ้า" กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพุ่งทะยานคว้าชัยชนะมาสองนัดติดแบบไม่เสียประตู อีกทั้งศักยภาพรายบุคคลและชื่อชั้นตัวผู้เล่นยังดูเหนือกว่าฝั่งทีมชาติญี่ปุ่น ยามที่ต้องมาเล่นในแมตช์ที่กดดันสูง ชิ้นเค้กและจังหวะเด็ดขาดของแชมป์โลกห้าสมัยจะช่วยให้เบียดชนะไปได้

สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - เนื่องจากสถิติการพบกันหนล่าสุดของทั้งสองทีมจบลงด้วยสกอร์รวมถึง 5 ประตู (ญี่ปุ่น ชนะ 3-2) ประกอบกับเกมรุกของบราซิล กำลังเฉียบคมกวาดไป 6 ประตูจากสองนัดหลังสุด ขณะที่ระบบโต้กลับเร็วของญี่ปุ่น ก็มีความอันตรายและพร้อมที่จะเปิดแผลทำประตูใส่คู่แข่งได้ตลอดเวลา

Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - จากปูมหลังที่ทัพ "ซามูไรบูล" มีระบบทีมเวิร์กการเคาน์เตอร์แอทแทคที่ทรงประสิทธิภาพและเคยส่องตาข่ายบราซิล มาได้ถึงสามลูก ยามที่ทัพแซมบ้า ต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนักเพื่อเอาชนะ จะทำให้เกิดพื้นที่ว่างให้แนวรุกของญี่ปุ่นพังประตูได้ และน่าจะมีสกอร์ด้วยกันทั้งสองฝั่ง

ทีมได้ประตูแรก : บราซิล - ด้วยแรงกดดันมหาศาลและศักยภาพทีมที่เป็นต่อ ขุนพลทัพ "แซมบ้า" จะเป็นฝ่ายครอบครองบอลและเดินหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่แนวรับของคู่แข่งตั้งแต่ออกสตาร์ท และคาดว่าความจัดจ้านของ วินิซิอุส จูเนียร์ จะช่วยให้ทีมพังประตูเบิกร่องออกนำไปก่อนในครึ่งแรกของเกม


ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้